เจอะ 5 ประเด็นหลังเกมส์ ลิเวอร์พูล ชนะ แอสตัน วิลล่า

 


ลิเวอร์พูล สามารถเรียกความมั่นใจกลับมาได้ หลังจากบุกไปถล่ม แอสตัน วิลล่า ด้วยสกอร์ 4-1 ที่วิลล่า พาร์ค ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 เมื่อวันศุกร์ที่ 8 มกราคม ทำให้พวกเขาได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 4 ได้สำเร็จ

เกมนี้ "หงส์แดง" เหนือกว่าในทุกๆ ด้าน และมาได้ประตูเร็วจาก ซาดิโอ มาเน่ ขึ้นนำหลังจากนั้นพวกเขาก็คุมสถานการณ์ได้หมด แต่ความประมาทในช่วงท้ายครึ่งแรกทำให้พวกเค้าโดน ลู แบร์รี่ ของ แอสตัน วิลล่าซัดตีเสมอ แต่ในครึ่งหลัง เจอร์เก้น คล็อป มีการปรับเปลี่ยนแก้เกม ทำให้พวกเค้าสามารถทำประตูเพิ่มและได้รับ ชัยชนะในที่สุด

เรามาดู 5 ประเด็นหลังเกมส์ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แอสตัน วิลล่า 4-1 กันนะครับ


1. ฟอร์มครึ่งแรก ลิเวอร์พูล น่าผิดหวัง
    แม้ว่า ซาดิโอ มาเน่ จะทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก และดูเหมือนว่าพวกเขาน่าจะคุมจังหวะการเล่นได้หมด แต่น่าเสียดายที่ฟอร์มของทัพ "หงส์แดง" ในช่วง 45 นาทีแรกค่อนข้างน่าผิดหวัง ที่สำคัญยังโดนเด็กวัยละอ่อนของแอสตัน วิลล่า ยิงประตูตีเสมอในช่วงท้ายครึ่งแรกซะด้วย

    ขณะที่เกมรุกของ ลิเวอร์พูล มีโอกาสที่จะยิงประตูหลายครั้ง แต่ไม่สามารถผ่านมือ  อากอส โอโนดี้ นายทวารวัย 19 ปีของเจ้าบ้านที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน ต้องยอมรับว่าฟอร์มในครึ่งแรก ชองลิเวอร์พูล ค่อนข้างไม่ไหลลื่น ไม่สามารถเจาะตาข่ายคู่แข่งที่เน้นตั้งรับลึกได้ การเข้าทำขาดความคิดสร้างสรรค์ แถมการตัดสินใจ การจบสกอร์ก็ขาดความเฉียบคม

2. การเปลี่ยนตัวช่วยเปลี่ยนเกม
    ผลงานของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ในครึ่งแรกไม่ค่อยดีนัก นั้นทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ตัดสินใจถอดกัปตันทีมออก และส่ง ติอาโก้ อัลกันตาร่า ลงสนามแทน และเป็นการพักร่างกายของกัปตันทีม และ การส่ง ติอาโก้ ลงสนามก็เพื่อช่วยให้นักเตะกลับมาสร้างความคุ้นเคยในการเล่นมากยิ่งขึ้น

    นับตั้งแต่ที่ ติอาโก้ หายเจ็บ เขามีโอกาสได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง และค่อยๆ งัดฟอร์มเก่งออกมาเรื่อยๆ ในแมตช์นี้ นักเตะทีมชาติสเปน เป็นหัวใจหลักในแดนกลางให้กับทีมในช่วงครึ่งหลัง และมีโอกาสผ่านบอลสวยๆ ให้กับเพื่อนร่วมทีมหลายครั้ง  การส่ง ติอาโก้ ลงสนามทำให้ "หงส์แดง" มีเกมบุกมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

    ส่วนผู้เล่นอีกคนที่ลงมาเปลี่ยนเกมนั่นก็คือ เซอร์ดาน ชากีรี่ ที่ถูกส่งลงสนามแทน ทาคุมิ มินามิโนะ ก็เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าชัยชนะในแมตช์นี้ เมื่อ ดาวเตะชาวสวิส โชว์ของด้วยการทำ 2 แอสซิสต์ให้กับ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

3. ประสบการณ์เกมฟุตบอลที่เหล่า ผู้เล่นดาวรุ่ง ของ วิลล่า ต้องจดจำ
    11 ผู้เล่นตัวจริงของ แอสตัน วิลล่า มีค่าเฉลี่ยอายุอยู่ที่ 18 ปี กับ 294 วันเท่านั้น ขณะที่ ลิเวอร์พูล มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 26 ปี ที่สำคัญในวันที่ เจมส์ มิลเนอร์ ลงสนามเปิดตัวให้กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2002  มีแข้ง "สิงห์ผงาด" 4 คนที่ลงเล่นตัวจริงในเกมนี้ยังไม่เกิด และบางคนเพิ่งจะอายุ 3 ขวบเท่านั้น 

    แน่นอนว่าด้วยประสบการณ์และศักยภาพของนักเตะวิลล่าชุดนี้ ไม่มีทางสู้กับ ลิเวอร์พูล ที่เต็มไปด้วยผู้เล่นระดับโลก และประสบการณ์โชกโชน แม้บางคนจะเป็นดาวรุ่ง แต่ก็เคยผ่านสังเวียนใหญ่ๆ มาแล้ว ฉะนั้นโอกาสที่เจ้าบ้านจะโชว์ฟอร์มได้กว่าผู้มาเยือนค่อนข่างยาก

 อย่างไรก็ตามพวกเขาก็สามารถสร้างความฮือฮาในช่วงท้ายครึ่งแรก ด้วยการซัดประตูตีเสมอจาก ลู แบร์รี่ ที่สำคัญแมตช์นี้เจ้าบ้านเลือกใช้ระบบ 4-5-1 โดยพยายามเน้นการเล่นแบบรัดกุม และไม่ยอมให้ "หงส์แดง" เจาะเข้ามาทำประตูได้ง่ายๆ งานนี้ต้องชื่นชมนักเตะวัยละอ่อนของ วิลล่า ทุกคนที่โชว์ฟอร์มได้เหนือความคาดหมาย 

อย่างไรก็ตามเมื่อ คล็อปป์ ตัดสินใจส่งผู้เล่นตัวหลักลงสนาม ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปทันที ด้วยศักยภาพและคุณภาพของขุมกำลัง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ดาวรุ่งของ วิลล่า จะต้านทานได้ และสุดท้ายก็โดนเจาะต่าข่ายอย่างที่ทุกๆ คนได้เห็น 

    ถึงอย่างนั้นเหล่านักเตะดาวรุ่งของวิลล่า ก็สามารถเชิดหน้ายืดอกภาคภูมิใจในตัวเองได้เลย เพราะพวกเขาสู้กับทีมระดับแชมป์ลีกได้อย่างสนุกเลยทีเดียว   

4. รีส วิลเลี่ยมส์ ยังต้องพัฒนาอีกเยอะ 
    เกมนี้ รีส วิลเลี่ยมส์ ได้รับโอกาสให้ลงทำหน้าที่คู่กับ ฟาบินโญ่ ในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก แต่นักเตะยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างที่ เจอร์เก้น คล็อป คาดหวังเอาไว้ ที่สำคัญจังหวะเสียประตูแสดงให้เห็นว่าเขายังต้องพัฒนาตัวเองในเรื่องการอ่านเกม และการคุมพื้นที่ ให้ดีกว่านี้

ลิเวอร์พูล สามารถกดดันเจ้าบ้านได้ตลอด และดูเหมือนพวกเขาไม่ต้องกังวลเรื่องเกมรับมากนัก เพราะ แอสตัน วิลล่า แทบไม่มีปัญญาสร้างปัญหาให้กับแผงแบ็กโฟร์ของ "หงส์แดง" ทำให้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะค่อนข้างเล่นกันอย่างชะล่าใจ จนกระทั่งเกิข้อผิดพลาด

    จังหวะที่โดนตีเสมอ ทีมพยายามดันเกมสูง แต่โดนแข้งวิลล่าตัดบอลได้ก่อนที่จะส่งไปให้ คัลลัม โรว์ จากนั้นเจ้าตัวก็จัดการจ่ายบอลให้กับ ลู แบร์รี่ ที่ใช้ความเร็วฉีกหนี วิลเลี่ยมส์ ก่อนจะหลุดเข้าไปซัดผ่านมือ ควีวิน เคลเลเฮอร์ ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย

 ต้องบอกเลยจากจังหวะดังกล่าว ทำให้รู้ได้ทันทีว่า วิลเลี่ยมส์ อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดของทีมโดยเฉพาะความแข็งแกร่งและความรวดเร็วที่ยังต้องพัฒนาอีกเยอะ ดังนั้นสิ่งที่สาวก "เดอะ ค็อป" ภาวนาก็คือของให้ โฌเอล มาติป ฟิตสมบูรณ์ในเกม "แดงเดือด" สุดสัปดาห์หน้า และช่วงที่เหลืออยู่ของซีซั่นนี้

5. เรียกความมั่นใจก่อนทำศึก "แดงเดือด"
    การคว้าชัยชนะในเกมนี้ แม้จะเป็นการเอาชนะ แอสตัน วิลล่า ชุดเด็ก ก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องใส่ใจ เพราะในช่วงเวลาที่ฟอร์มตกแบบนี้ การที่สามารถคว้าชัยชนะด้วยฟอร์มที่น่าประทับใจ และยิงประตูได้เยอะ เป็นสิ่งที่สำคัญกว่า 

    สำหรับการรับมือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนามแอนฟิลด์ มีความเป็นไปได้สูงที่ก่อนเกม "หงส์แดง" จะร่วงมาอยู่อันดับ 2 เนื่องจาก "เร้ด เดวิลส์" มีคิวดวลกับ เบิร์นลี่ย์ ในเกมตกค้างวันอังคารนี้ แค่พวกเขาเสมอก็มีแต้มแซงหน้า ลิเวอร์พูล ขึ้นเป็นจ่าฝูงทันที 

 ในช่วงเวลานี้ต้องยอมรับว่าฟอร์มการเล่นและสภาพจิตใจของ แมนฯ ยูไนเต็ด ค่อนข้างจะมั่นใจมาก ถึงแม้พวกเขาเพิ่งโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขี่ยตกรอบตัดเชือก ศึกคาราบาว คัพ มาก็ตาม แต่ฟอร์มของ "ปีศาจแดง" ยังดูอันตรายมากอยู่ดี

    ฉะนั้นการที่สามารถบุกมาชนะ วิลล่า พร้อมกับยิงได้ 4 ประตูแบบนี้  ย่อมเป็นการสร้างขวัญกำลังใจที่ดีเยี่ยมให้กับทีม ลิเวอร์พูล ก่อนทำศึกสำคัญ ดีไม่ดีแมตช์นี้อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนทำให้ "หงส์แดง" ที่แสนดุดันในช่วงต้นซีซั่นนี้ กลับมาผงาดอีกครั้งก็เป็นได้ 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กรีฑาคนพิการทีมชาติไทย เก็บเพิ่ม 4 ทอง ส่งท้ายกรีฑานานาชาติ ที่ดูไบ

สิ้นสุดการรอคอย แฮมิลตัน ต่อสัญญาใหม่กับเมอร์เซเดสอีก 1 ปี

แบรดลีย์ บี เซ็งเล่นดีแต่ไม่ชนะ หลังพา “วิซาร์ดส์” บุกแพ้ “ร็อคเก็ตส์” 88-107